เรียนผู้เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการตาเทียม รพ. ศิริราชทุกท่าน ทางศูนย์มีความจำเป็นที่จะต้องขอปิดการให้บริการในวันที่ 21 เมษายนตามนโยบายของ รพ.ศิริราช เนื่องจากสถานการณ์โควิทระบาดในตอนนี้ ผู้ป่วยที่มีนัดมารับบริการในวันนั้นจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการตาเทียมในวันจันทร์ที่ 19 นี้เพื่อเลื่อนนัดค่ะ ขออภัยขออภัยทุกท่านในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

😷 ผู้ป่วยทุกท่านที่เข้ามารับบริการ จะต้องสวมใส่มาสก์ตลอดเวลา และถ้ามีอาการเหมือนเป็นหวัด 🤧หรือมีไข้ 🤒จมูกไม่ได้กลิ่น 😪ให้โทรมาแจ้งเลื่อนนัดออกไปก่อน ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับความร่วมมือค่ะ 🙏

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูญเสียดวงตาหรือตาฝ่อ ที่ยังไม่ได้รับบริการใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคล คาดการณ์ ไว้อยู่ที่ประมาณหลายพันราย  ในการรักษาโรคทางตา จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดคือ การทำให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้อย่างปกติ แต่ในบางครั้งก็ไม่สามารถทำได้  บางรายอาจต้องถูกผ่าตัดนำลูกตาออก หรืออาจเกิดภาวะลูกตาฝ่อซึ่งสาเหตุของการสูญเสียดวงตานั้นมีหลากหลาย เช่น อุบัติเหตุ การติดเชื้อหรือการอักเสบในลูกตา หรือมะเร็งในลูกตา ส่งผลให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ด้อยกว่า และมีความรู้สึกตึงเครียดสูงกว่าประชากรทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

  อ.พญ.พิมพ์ขวัญ  จารุอำพรพรรณ หัวหน้าศูนย์บริการตาเทียม  รพ. ศิริราช เปิดเผยว่า “ด้วยเหตุนี้สาขาวิชาศัลยกรรมกระดูกเบ้าตาและตกแต่ง ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัดตั้งศูนย์บริการตาเทียมขึ้นในโรงพยาบาลศิริราชมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557   เพื่อผลิตตาเทียมที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงตาปกติมากที่สุด ซึ่งแม้จะไม่ได้ทำให้กลับมามองเห็น แต่สามารถลดผลกระทบทางด้านจิตใจ และยังทำให้ผู้ที่สูญเสียดวงตาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นใจ และมีความสุข” ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับการประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคล กับทางศูนย์บริการตาเทียม โรงพยาบาลศริราช ไปแล้วทั้งหมด 423 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564)